5 วิธีเลือกครีมกันแดดให้ ‘ดีที่สุด’ สำหรับคุณ

5 วิธีเลือกครีมกันแดดให้ ‘ดีที่สุด’ สำหรับคุณ

5 วิธีเลือกครีมกันแดดให้ ‘ดีที่สุด’ สำหรับคุณ

เทคโนโลยีที่กำลังก้าวกระโดดไปข้างหน้านั่นมาพร้อมกับคำว่า ‘โลกร้อนขึ้น’ อย่างเห็นได้ชัด เราปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่านอกจากมลภาวะฝุ่นควันที่คอยทำร้ายผิวในชีวิตประจำแล้วนั้นแสงแดดจัดที่เต็มไปด้วยรังสี UV ก็ทำร้ายผิวเราได้ดูจะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ซึ่งรังสี UV ที่เรารู้จักกันดีนั้นหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet ray, UV) ซึ่งมีปริมาณถึงร้อยละ 10 ในแสงแดด และแบ่งเป็นรังสีอัลตราไวโอเลตชนิด A (UVA) ร้อยละ 9.5 และรังสีอัลตราไวโอเลตชนิด B (UVB) ร้อยละ 0.5 อีกด้วย

ครีมกันแดดจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่เรานั้นขาดไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนอยากจะถอนหายใจเมื่อนึกถึงครีมกันแดดแล้วล่ะก็ ความเหนียวเหนอะหนะจะต้องมาเป็นอันดับหนึ่งและอีกมากมายตามมาบางครั้งถึงกับอยากถอดใจยอมแพ้ไม่ต้องทากันไปเลย หยุดความคิดนั้นได้เลยค่ะ เพราะวันนี้แอดมินจะมาแบ่งปัน 5 เทคนิคดีๆให้คุณเลือกซื้อครีมกันแดดได้ตรงใจที่สุดจะมีอะไรบ้างนั้นตามมาเลยค่ะ

1 ครีมกันแดดที่ดีนั้น จะต้องมีทั้ง SPF และ PA++++

อย่างแรกเลยนะคะกับการเลือกซื้อครีมกันแดด เราควรดูว่าครีมกันแดดนั้นจะต้องมี  “SPF” และ “PA++++” เพื่อจะได้ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB อย่างครอบคลุมและสามารถปกป้องผิวจากแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ว่าแต่… หลายท่านคงจะคุ้นเคยดีกับ SPFใช่ไหมคะ แต่จริงๆแล้ว SPF คืออะไรกันนะ

ในครีมกันแดดที่เราใช้กันหรือพบเห็นอยู่มากมายนั้นมักจะมีคำว่า SPF หรือ Sunburn Protection Factor  ใช้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งถ้าหากยิ่งมีตัวเลขมาก ก็จะยิ่งป้องกันแดดได้หลายเท่ามากขึ้น ซึ่งนอกจากค่า SPF แล้ว ใน ครีมกันแดด ก็ยังมีค่า PA++ ระบุควบคู่ไว้ด้วย ซึ่งค่าตัวนี้ ใช้บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสี UVA รังสีที่สามารถเปลี่ยนสีผิวของเราให้คล้ำลง เรียกว่าค่า ppd (persistent pigment darkening) โดยจะแสดงค่าในรูป pa++, pa+++ และ pa++++ โดยยิ่งมีเครื่องหมายบวกมาก ก็จะยิ่งป้องกัน UVA ได้ดีนั่นเองค่ะ

2. กันแดดแบบกันน้ำ

ผลิตภัณฑ์กันแดดบางชนิด จะระบุคุณลักษณะพิเศษในการกันน้ำ เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคทราบว่า ผลิตภัณฑ์กันแดดประเภทนี้ยังคงสภาพ SPF ตามที่กำหนดเมื่อต้องเปียกน้ำ ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรานั้นอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทนสภาพอากาศร้อนชุ่มเหงื่อมีความเป็นไปได้สูงมากที่เนื้อครีมกันแดดจะหลุดร่อนในระหว่างวันได้ เราจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติกันน้ำเพื่อการปกป้องผิวได้ยาวนานตลอดวัน

3. เลือกใช้ตามสภาพผิว

สำหรับท่านที่มีผิวค่อนข้างมัน หรือเป็นสิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เป็นเนื้อโลชั่นที่มีความบางเบาไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนท่านที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้เป็นชนิดครีม เพราะครีม มักมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น แต่ถ้าให้ดีที่สุดการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นควรเลือกที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว พร้อมทั้งคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างทันท่วงทีเมื่อออกแดดจัด และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งและเกิดผื่นแพ้ได้ง่ายค่ะ

4. กันแดดที่ถูกต้อง

บนโลกนี้ไม่มีวิธีใดที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์อย่างแน่นอนค่ะ แต่ถ้าวิธีทาครีมกันแดด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรทาในปริมาณ และระยะเวลาที่เหมาะสม สำหรับทาใบหน้าลำคอและใบหูทั้ง 2 ข้าง ใช้ประมาณขนาดเหรียญ 10 บาท ส่วนสำหรับทาผิวกายประมาณ 30 ซีซีและไม่ควรทาครีมอื่นๆทับ เพื่อการปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพควรทาก่อนออกแดด 30 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง ที่สำคัญไม่ควรใช้กันแดดที่หมดอายุนะคะเพราะนอกจากจะไม่สามารถป้องกันแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็อาจทำให้ผิวของเราเสียได้อีกด้วย

แอดมินเผยเคล็ดลับการเลือกครีมกันแดดอย่างไม่กั๊กขนาดนี้เวลาที่คุณเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันแดดที่นอกจากประสิทธิภาพในการปกป้องผิวแล้วนั้น คุณสมบัติในการช่วยฟื้นบำรุงผิว ด้วยสารสกัดธรรมชาติ เนื้อครีมซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ อีกทั้งใช้งานง่าย พกพาสะดวกไปกับคุณได้ทุกที่ ทำให้การทาครีมกันแดดไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อแล้วก็ยังช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงใจอย่างที่สุด ไปเลยค่ะ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *